Information : เตรียมตัวก่อนเดินทาง

               การเดินทางกับเด็กๆ โดยเฉพาะการไปพักค้างคืนในที่อื่น นอกจากบ้านแล้ว ดูจะเป็นเรื่องที่หนักอยู่มากสำหรับคนจัดกระเป๋า ต่างคนต่างมีวิธีการต่างกัน แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือ การจัดให้น้อยชิ้น และต้องมีครบทุกอย่างและทุกสถานการณ์ ในฐานะที่จัดกระเป๋าบ่อยมากๆ จนต้องเตรียมไว้เพื่อการเดินทางโดยเฉพาะหนึ่งชุด จะขอแนะนำการจัดสัมภาระต่างๆ ของเจ้านายตัวน้อยแบบนี้ค่ะ

 

การเตรียมสัมภาระไปเที่ยวป่าชมธรรมชาติ ขึ้นภูดูทะเลหมอก ชมดอกไม้บานยามฤดูหนาว

เสื้อผ้า และรองเท้า (ของแต่ละคน)
การจัดนั้นต้องคำนึงถึงสถานที่ที่เราจะไป ตรวจสอบสภาพอากาศก่อนออกเดินทาง ช่วงหน้าหนาวหรือว่ามีโอกาสเจอฝนตก ต้องจัดเตรียมเพิ่มเติมแตกต่างกันไปอีกเล็กน้อย สำหรับการเดินทางไปเที่ยวป่าในระยะเวลา 1-2 คืน จะมีรายการดังนี้

1. หมวก 1 ใบ ใช้ใส่กันแดดตอนกลางวัน และกันน้ำค้างยามค่ำคืน
2. เสื้อผ้าชุดท่องเที่ยว 2 ชุด ใช้ใส่ในวันเดินทางไป และวันเดินทางกลับ
3. เสื้อผ้าสวมสบาย 2-3 ชุด ใช้ใส่อยู่ในบริเวณที่พัก หรือใช้ผลัดเปลี่ยน เผื่อชุดที่ใช้ใส่ไปกลับนั้นเปื้อน หรือเปียก
ควรมีชุดที่เป็นกางเกงขายาว เสื้อแขนยาว สักชุด เผื่อใช้ใส่เดินป่า ทำกิจกรรม
และกางเกงขาสั้นสักชุด ไว้เผื่อใส่เล่นน้ำ
4. เสื้อผ้าชุดนอน 1-2 ชุด ใช้ใส่ตอนกลางคืน ควรเป็นผ้าที่หนาสักนิด เพราะอากาศในป่าค่อนข้างเย็น ประมาณ18-20 ๐c
หากเป็นช่วงฤดูหนาว หรือไปเที่ยวภูเขาสูง ควรใช้เสื้อผ้าที่หนามากขึ้น เพื่อให้ความอบอุ่น
5. เสื้อแจ๊กเก็ต 1 ตัว หรือเสื้อกันหนาว ใช้ใส่ตอนกลางคืนหรือช่วงเช้าตรู่ ให้ความอบอุ่นร่างกาย หากไปเที่ยวช่วง
ฤดูหนาว หรือไปเที่ยวภูเขา เที่ยวดอย ควรใช้เสื้อที่มีความหนามากขึ้น อบอุ่นมากขึ้น
6. เสื้อผ้าชุดชั้นใน 2-3 ชุด เป็นกางเกงใน และเสื้อกล้ามหรือเสื้อยืดเนื้อบางๆ
7. เสื้อกันฝน 1 ตัว กรณีที่ไปในช่วงเวลาที่เสี่ยงว่าจะเจอกับฝนตกได้ ควรเตรียมไปเผื่อด้วย
8. ถุงเท้า 2-3 คู่ ใช้ใส่กับรองเท้าหุ้มส้น และใช้ใส่นอนตอนกลางคืนได้ด้วย หากเป็นช่วงฤดูหนาว หรือไปเที่ยว
ภูเขาควรเป็นผ้าหนานุ่ม ให้ความอบอุ่นเวลานอน
9. รองเท้าแตะ 1 คู่ ใช้ใส่ไปห้องน้ำ ไปอาบน้ำ
10. รองเท้าหุ้มส้น 1 คู่ ใช้ใส่เดินทางท่องเที่ยว อาจจะเพิ่มรองเท้ารัดส้นอีก 1 คู่ เพื่อใช้ใส่ทำกิจกรรมบริเวณที่พัก
11. เข็มขัดหรือสายเอี๊ยม 1 เส้น ใช้ใส่กับเสื้อผ้าบางชุด แต่ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องนำมาด้วยก็ได้
12. แว่นสายตา 1-2 อัน สำหรับเด็กบางคนที่มีปัญหาด้านสายตา
13. ผ้าเช็ดตัว 1-2 ผืน ใช้อาบน้ำ และผลัดเปลี่ยนเสื้อผ้า
14. ผ้าขนหนูขนาดเล็ก 1 ผืน หรือผ้าอ้อมขนาดใหญ่ ไว้ใช้เช็ดตัว
15. ผ้าอ้อมสำเร็จรูป จำนวน 4-6 ชิ้นต่อวัน เด็กเล็กบางคนยังจำเป็นต้องใช้ ควรติดไปเผื่อด้วย

ของใช้อื่นๆ (ใช้ร่วมกันได้ 2-3 คน)
1. กระดาษเปียกสำหรับเด็ก 1 ห่อใหญ่ ใช้เช็ดทั้งตัวได้ในกรณี ไม่มีน้ำ กลัวแพ้น้ำ หรืออากาศหนาวเย็น
2. กระดาษเปียกสำหรับเด็ก 1 ห่อเล็ก สำหรับใส่ติดไว้ในกระเป๋าเป้ใบเล็ก ใช้เช็ดทำความสะอาดเจ้าตัวน้อย
3. อุปกรณ์อาบน้ำ แต่งตัว สบู่ แชมพู แปรงสีฟัน (คนละด้าม) ยาสีฟัน หวี แป้ง ครีมทาผิว ครีมกันแดด ยาดับกลิ่นตัว
ยาทากันยุง ควรจัดเก็บไว้ด้วยกัน ใส่ในกระเป๋าหรือถุงใบเล็กๆ เพื่อสะดวกในการใช้งาน
4. น้ำยาซักผ้า 1 ขวดเล็ก เผื่อฉุกเฉินจำเป็นต้องซักผ้า เนื่องจากว่าเจ้าตัวร้าย ใช้เสื้อผ้าที่เตรียมมาให้ เปื้อนไปหมดแล้ว
5. เชือกใช้ทำราวตากผ้า ขนาดโตประมาณ 5 - 10 มิลลิเมตร มีความยาวประมาณ 6 - 8 เมตร
6. ถุงพลาสติกหูหิ้ว 2-3 ใบ ใช้ใส่ของเปียก หรือขยะ (ถุงที่ได้มาจากการไปซื้อของในตลาดหรือในห้างนั่นแหละ)
7. ไฟฉาย และถ่านไฟฉาย ควรเตรียมให้พร้อมใช้งาน เพราะไม่รู้ว่าสถานที่ที่เราไปนั้นจะมีไฟดับหรือไม่ อาจจำเป็น ต้องใช้
ยามค่ำคืน ควรเป็นแบบที่ใช้หลอด LED เนื่องจากประหยัดไฟและไม่ต้องห่วงเรื่องหลอดขาด
8. ร่มกันแดดกันฝน ควรเป็นแบบที่พับสั้นได้ ใส่กระเป๋าเป้ใบเล็กไว้ใช้ยามฉุกเฉิน
9. กระติกน้ำแข็ง และแก้วน้ำ ใช้แช่นม น้ำหวาน หรือผลไม้ ให้สดใหม่ไม่เสียง่าย และได้น้ำเย็นชื่นใจ ดื่มแก้กระหายได้ด้วย
10. อุปกรณ์สำรวจธรรมชาติ เช่น แว่นขยาย กล้องส่องทางไกล เป็นต้น
11. อุปกรณ์บันทึกธรรมชาติ เช่น อุปกรณ์วาดภาพระบายสี กล้องถ่ายรูป กล้องวีดีโอ

ของชิ้นโปรด
เด็กบางคนยังติดสิ่งของ ติดตุ๊กตา (ไม่เคยได้สัมผัสน้ำ) บ้างติดกัดมุมผ้าแสนอร่อย ที่บางคนเรียกว่าน้องเหม็นบ้าง ผ้าเหม็นบ้าง สิ่งของเหล่านี้ขาดไม่ได้ต้องนำไปด้วย เพราะถ้าลืม จะทำให้ เจ้าตัวน้อยหมดสนุก และคุณๆ ทั้งหลายจะเป็นทุกข์แน่นอน
ส่วนของเล่นชิ้นอื่นๆ ถ้าไม่จำเป็นก็ไม่ต้องเอาไป เพราะในธรรมชาตินั้นมีของให้เล่นเยอะแยะมากมาย

นม และขวดนม
เด็กโตที่เลิกใช้ขวดนมแล้วแนะนำให้ใช้นมกล่อง UHT จะสะดวกและปลอดภัยกว่า ส่วนจำนวนจัดให้เพียงพอกับความต้องการของเด็กแต่ละคน
สำหรับน้องน้อยที่ใช้ขวดนมอยู่ ควรจัดตวงนมใส่ภาชนะให้เรียบร้อยเพื่อความสะดวกและสะอาด กระติกสำหรับใส่น้ำร้อน ขวดน้ำต้มสุก น้ำยาและแปรงล้างขวดนม ถ้าเป็นไปได้ให้เตรียมน้ำ ที่ใช้ชงนมจากที่บ้านไปด้วยจะเป็นการดี เพราะน้ำแต่ละที่กรด ด่างไม่เท่ากัน อาจมีปัญหากับเด็กที่มีภูมิต้านทานในทางเดินอาหารน้อย ส่วนเรื่องนึ่งหรือต้มขวดนมนั้นไม่ต้องห่วง มีที่ทำอาหารที่ไหน ที่นั้นต้องมีที่ให้ต้มขวดนมได้เสมอ

ยา และอุปกรณ์ปฐมพยาบาล
ยารักษาโรคประจำตัว ยาที่เตรียมไว้ทุกการเดินทาง อาจต้องสังเกตจากลักษณะเฉพาะตัวตามเด็กแต่ละคน บางคนอยู่กลางแจ้งนาน อาจมีไข้ได้ หรือเล่นน้ำเป็นเวลานานอาจปวดท้อง ส่วนยาทาแผล ครีมทาฟอกช้ำบวม ยาทาแมลงกัดต่อย อันนี้ขึ้นอยู่กับระดับความซน หรือจะเรียกได้ว่า “ยาสามัญประจำคน” นอกจากนี้ควรเตรียม พลาสเตอร์ปิดแผล ยาใส่แผลสด สำลี ผ้าพันแผล ไปด้วย
ผู้ที่จะตอบได้ว่าต้องใช้ยาอะไรบ้าง ต้องเป็นคนที่คอยป้อนยาป้อนน้ำ ยามที่เจ้าตัวเล็กไม่สบาย จะให้คุณหมอประจำจัดให้ หรือจะหาซื้อตามร้านขายยาก็ต้องศึกษาเรื่อง อาการกับชนิดของยาที่จะให้ และปริมาณยาที่ใช้ให้ดี มิฉะนั้นแล้ว จะเกิดอันตรายได้

อุปกรณ์เครื่องนอน และเต็นท์พักแรม
กรณีไปพักห้องพักที่มีเครื่องนอนพร้อม ก็คงไม่ยุ่งยากในการจัดเตรียมอุปกรณ์ส่วนนี้มากนัก แต่ก็ควรมีถุงนอนสำหรับเด็กเล็กไปด้วย ถ้าไม่มีให้นำผ้าห่มที่เด็กใช้ห่มเป็นประจำไปแทน จะช่วยให้นอนหลับง่ายขึ้น
กรณีที่ไป กางเต็นท์พักแรม มีอุปกรณ์ที่ต้องจัดเตรียมดังนี้
1. เต็นท์พักแรม ขนาดหรือจำนวน พอดีกับจำนวนคนที่ไป ควรเลือกใช้เต็นท์แบบที่มีผ้าใบคลุมหลังคาเต็นท์ด้วย (fly sheet)
2. ผ้าพลาสติกปูพื้น (ground sheet) ก่อนกางเต็นท์ทับ เพื่อช่วยถนอมให้พื้นเต็นท์ มีอายุการใช้งานนานขึ้น
3. แผ่นโฟม สำหรับใช้ปูรองนอน ช่วยทำให้นอนสบายขึ้น
4. หมอนใบเล็กๆ สำหรับหนุนศีรษะ อาจจะใช้ หมอนลม ก็ได้
5. ถุงนอน หรือผ้าห่ม ไม่จำเป็นต้องใช้ชนิดที่ทนอุณหภูมิได้ถึง 0 ๐c นอกจากว่าชอบไปนอนบนยอดดอยกลางฤดูหนาวบ่อยๆ
6. ผ้าพลาสติกปูพื้น (ground sheet) ใช้ปูนั่งเล่น นอนดูดาว นอกเต็นท์
7. ผ้าพลาสติกหลังคา (fly sheet) ใช้กางกันแดด กันน้ำค้าง เวลานั่งเล่นนอนเล่นนอกเต็นท์
8. ชุดโต๊ะเก้าอี้ปิกนิก ใช้นั่งพักผ่อน หรือทำกิจกรรม ทำครัวทำอาหาร บางคนบอกว่าสะดวกสบายกว่า การนั่งกับพื้น
9. ไม้กวาดอันน้อยๆ หรือผ้าขี้ริ้วผืนเล็กๆ ใช้เช็ดปัดกวาดทำความสะอาดพื้นเต็นท์ และผ้าปูพื้น

ขนม
ตามอัธยาศัย ตามใจชอบของแต่ละคน แต่ควรเลือกชนิดที่มีขยะน้อย และสะดวกต่อการพกพาจะเป็นการดี

อาหาร
สำหรับเด็กที่เลือกรับประทานอาหาร ควรจัดเตรียมอาหารแห้งติดไปด้วย เด็กบางคนไม่ยอมรับประทานผัก บางคนไม่กินอันโน้นไม่เอาอันนี้ หรือเป็นห่วงเรื่องความสะอาดของอาหาร แต่เด็กบางคนที่รับประทานช้า มื้อหนึ่งใช้เวลานานกว่าจะหมด เพื่อความสะดวก ควรจัดเตรียมกล่องใส่อาหารพร้อมช้อน ติดไปอีกอย่างหนึ่งด้วย

อุปกรณ์ทำครัว ทำอาหาร และแสงสว่าง
กิจกรรมการทำอาหารร่วมกัน นับเป็นสิ่งที่ช่วยเสริมสร้างความสัมพันธ์ในครอบครัวได้ดี รวมทั้งสร้างความสนุกสนานให้กับเด็กๆ ได้ด้วย แต่ต้องมีการจัดเตรียมอุปกรณ์เครื่องครัวและเสบียงอาหารค่อนข้างมาก ทั้งนี้ขึ้นคงขึ้นอยู่กับความพร้อมของแต่ละครอบครัวเป็นสำคัญ ถ้ามีพ่อครัวแม่ครัวฝีมือดี ทำอาหารได้คล่องก็ไม่ใช่เรื่องยาก และคงไม่ต้องแนะนำว่าต้องเตรียมอะไรไปบ้าง
แต่สำหรับครอบครัว ที่ไม่ถนัดในการทำอาหารเอง แนะนำให้ไปหาซื้อสั่งทำอาหารรับประทาน น่าจะดีกว่า หรืออย่างมาก ก็จุดไฟติดเตาแก๊สปิกนิก ต้มน้ำร้อน ชงนม ชงกาแฟ โอวัลติน ต้มบะหมี่สำเร็จรูปได้ก็ยังดี หากมีความตั้งใจมากอีกหน่อย ลองจุดไฟติดเตาถ่าน ทำอาหารค่ำประเภท ปิ้งๆ ย่างๆ เผาเผือกเผามัน ท่ามกลางอากาศหนาวๆ ชมดาวไปกินไปก็ประทับใจได้เหมือนกัน
สำหรับอุปกรณ์ให้แสงสว่าง เป็น พวก ตะเกียงแก๊ส หรือไฟฉาย รวมไปถึงเทียนไข จัดเตรียมกันไปตามสะดวก

สำหรับผู้ที่เดินทางไปกับ ThaiFamilyCamp.com
เราจะจัดเตรียมอุปกรณ์ต่างๆ ให้ดังนี้
1. เต็นท์พักแรม กรณีต้องพักแรมด้วยเต็นท์
2. ผ้าพลาสติกปูพื้น (ground sheet)
3. แผ่นโฟมสำหรับปูรองนอน
4. หมอนใบเล็กๆ
5. ถุงนอน
6. ชุดโต๊ะเก้าอี้ปิกนิก
7. จาน ช้อน แก้วน้ำ กระดาษชำระ (ทิชชู)
8. กระติกใส่น้ำแข็งใบใหญ่ (ใช้ร่วมกัน)
9. อุปกรณ์ให้แสงสว่าง (แต่ ไฟฉาย ต้องนำมาเอง)
10. อุปกรณ์ทำอาหาร กรณีที่มีกิจกรรมทำอาหารร่วมกัน
11. อุปกรณ์ทำกิจกรรมสำรวจธรรมชาติ
12. อุปกรณ์ทำกิจกรรมวาดภาพระบายสี
13. อุปกรณ์ปฐมพยาบาล และยาสามัญประจำการเดินทาง
14. ห้องสุขาเคลื่อนที่ (สำหรับเด็ก และผู้สูงอายุ ที่ไม่อาจอั้นนานๆ เพื่อรอคิวเข้าห้องน้ำได้)

การเตรียมสัมภาระไปเที่ยวริมหาดทรายชายทะเล ฟังเสียงกล่อมเห่ของคลื่นลม

การจัดเก็บสัมภาระลงกระเป๋า

:: กลับหน้าหลัก ::

 

 

Copyrights © 2006 All rights reserved

 

Webboard : พูดคุยสนทนา Gallery : รวมภาพประทับใจ Trip : กำหนดการท่องเที่ยว About Us : รู้จักพวกเรา